home2025

Philosophy : ผู้เรียนเป็นสุข ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

Motto : ใฝ่ดี ใฝ่รู้ สู้งาน สร้างสรรค์สังคม

แนวทางการปฏิบัติงานการเงินพัสดุ โรงเรียนบ้านวังวน

Changemaker Teacher Of Banwangwon School
บันทึกการจัดการเรียนการสอนของครูอนุบาล 1 – ประถมศึกษาปีที่ 6 ทางเพจ Facebook

PA 2568

คำสัญญาที่คุณครูโรงเรียนบ้านวังวนให้ไว้
และจะทำให้ได้ในปีงบประมาณ 2567 นี้

รายงาน PA 67

รายงานความสำเร็จที่คุณครูโรงเรียนบ้านวังวน
ให้ไว้ในปีงบประมาณ 2567

ผลการจัดการศึกษาในปี 2567

ผลการจัดการเรียนการสอนของคณะครู
ทิศทาง แนวทาง สามารถชมได้ที่นี่

เพราะ โรงเรียนบ้านวังวน เป็น โรงเรียนใกล้บ้าน โรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน การเดินทางสะดวกปลอดภัย จัดการเรียนการสอนได้มาตรฐาน เป็นโรงเรียนใน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสระแก้ว จัดการศึกษาโดยหาแนวทางวิธีการใหม่ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามศักยภาพ เรียนรู้อย่างมีความสุข ตอบสนองต่อทักษะในศตวรรษที่ 21

ผู้ปกครองสามารถมาส่งบุตรหลานได้แต่เช้า 7.00 น. มารับกลับได้ในช่วงเวลา 15.30 น. หรือจะให้เด็กๆเล่นรอผู้ปกครองที่สนามเด็กเล่นที่ปลอดภัย มีครูบ้านพักครูคอยสอดส่องดูแล

โรงเรียนบ้านวังวน เป็นโรงเรียนใกล้บ้าน ที่ไม่ต้องเดินทางไกล ไม่เสี่ยงอันตรายจากการเดินทาง เวลาได้ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ไม่ต้องเอาเวลาไปใช้ในการเดินทาง

โรงเรียนบ้านวังวน เป็นโรงเรียนที่บ่มเพาะปัญญาภายในของผู้เรียนด้วย กระบวนการจิตศึกษา เน้น การสร้างวินัยเชิงบวก ไม่มีการลงโทษผู้เรียนด้วยการตี เด็ดขาด เน้นทักษะและกระบวนการคิด พัฒนา EF ให้ผู้เรียนได้ดูแลและกำกับตัวเอง ผ่านกระบวนการเหล่านั้น

โรงเรียนบ้านวังวัน เป็นโรงเรียนที่ร่วมสร้างปัญญาภายนอก สอนวิชาการด้วย กระบวน PBL ที่เริ่มต้นจากการขบคิดปัญหาที่นักเรียนอยากแก้ไข แล้วสร้างเป็นหน่วยการเรียนรู้บูรณาการสาระวิชาต่างๆเข้าด้วยกัน นักเรียนจะได้ใช้ทุกทักษะและทุกวิชา ในการเข้าแก้ปัญหาแต่ละหน่วยแต่ละสัปดาห์ แต่ละควอเตอร์ สนุก ตื่นเต้น ไม่ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะตลอดทั้งวัน

และที่สำคัญ โรงเรียนบ้านวังวน มีเป้าหมายในการจัดการศึกษาไว้ว่า ” ผู้เรียนเป็นสุข ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ” พี่ๆทุกคนที่ได้เรียนที่นี่ ที่โรงเรียนบ้านวังวน จะได้รับการบ่มเพาะภายใต้สนามพลังบวก มีความสุข

จิตศึกษา จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนา “ปัญญาภายใน” ทำให้ผู้เรียน​เข้าใจตัวเอง ใคร่ครวญกำกับตัวเองได้ มีเป้าหมายของตัวเอง ซึ่งจิตศึกษา มี 3 กระบวนทัศน์ ซึ่งต้องทำทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ กระบวนทัศน์แรก ​ครูต้องสร้าง “สนามพลังบวก” ให้นักเรียนรู้สึกว่าอยู่ที่นี่ปลอดภัย ได้รับการเคารพ ร่วมไปกับทางกายภาพของสถานที่มีความสะอาดร่มรื่นปลอดภัย ​มีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูและลูกศิษย์

“เราจะทำทุกอย่างไม่ให้เด็กรู้สึกว่าถูกบังคับ เราจะไม่มีเสียงออด เสียงระฆัง โดยสร้างวิถีที่เป็นวัฒนธรรมใหม่ที่เด็กต้องกำกับตัวเองให้ได้ในแต่ละช่วงเวลา ว่าเวลานี้จะทำอะไร เวลานี้ต้องหยุด สร้างความสม่ำเสมอจนมีเซนส์เรื่องเวลา กำกับตัวเองโดยไม่ต้องมีใครมาบอกว่าใกล้เวลาเข้าแถว เข้าห้องเรียนแล้ว”

ถัดมา กระบวนทัศน์ที่สอง ครูต้องใช้จิตวิทยาเชิงบวกกับเด็ก มีสิ่งที่ต้องลดไม่ทำกับสิ่งที่ต้องทำเพิ่ม ซึ่งอยู่บนหลักการเดียวกันคือเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันของเด็ก โดยสิ่งที่ไม่ควรทำก็เช่น การเปรียบเทียบ การจัดอันดับ ส่วนสิ่งที่ควรทำเพิ่มก็เช่น การรับ​การชื่นชม การไว้วางใจต่อเขา สิ่งต่างๆเหล่านี้ เสริมให้สมองส่วนกลางของเด็กให้ปลอดภัย ทำให้เขารู้สึกได้รับเกียรติ มีคุณค่าพอที่จะเรียนรู้กับเพื่อนได้

กระบวนทัศน์ที่สามคือกิจกรรมจิตศึกษา มีสามขั้นตอนคือ 20 นาทีแรก ครู จะต้องเตรียมสภาวะจิตเด็กเช่น บริหารสมอง (เบรน ยิม) ​หรืออทำอะไรก็ได้ให้​เด็กมีสติ ​2-5 นาที จากนั้นครูให้ประสบการณ์บางเรื่องเพื่อให้เกิดการรีเฟลคชั่น ​ให้สมองส่วนหน้าได้คิดวิเคราะห์ตัดสินใจเพื่อเลือกทำอะไรบางอย่าง และจบลงด้วยเอ็มพาวเวอร์ (Empower)

ทั้งนี้ ​กิจกรรมมีเป้าหมาย 3 ระดับ คือ ฝึกให้เด็ก มีความชำนาญ มีสติ สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองตลอดเวลา
และมีความสามารถตัดสินใจเลือกเชิงจริยธรรมได้ มีความสามารถเลือกเพื่อนำตัวเองได้ ทำลายสิ่งไม่ดี และเป้าหมายระดับสูงคือฝึกให้ผู้เรียนเห็นสิ่งต่างๆ อย่างเป็นจริงในสิ่งที่มันเป็นโดยไม่ตัดสินว่ามันดีเลวอย่างไร

“การฝึกอย่างนี้สัก 200 วัน โครงสร้างสมองย่อมเปลี่ยน มีภาวะการใคร่ครวญ สูงมาก เขาจะเลือกตัดสินใจอะไร
ด้วยความระมัดระวัง ​ดูผลกระทบ ​เขาจะพบตัวเอง เป้าหมายคือการทำให้เขาปฏิบัติต่อสิ่งที่เขามากระทบตัวเองอย่างไร ดำเนินชีวิตอย่างไรให้ไม่เบียดเยียนคนอื่น คอนเซ็ปต์ทั้งหมดสามารถใช้ได้กับนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึง ม.3 แต่ก็จะแตกต่างไปในลักษณะกิจกรรมที่เป็นไปตามวัย”

Cr. วิเชียร ไชยบัง ครูใหญ่ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จากลิ้งก์ https://www.eef.or.th/tsqp208


“สื่อความรู้ คู่มือ”

WEB SERVICE